แนวคิดในการสร้างงานกราฟิกว่าต้องกำหนดวัตถุประสงค์ กำหนดคุณสมบัติในการสร้างภาพและจัดเตรียมภาพ จากนั้นจึงเน้นถึงการสร้างชิ้นงานที่ได้จากการนำภาพมาประกอบ การใส่สีข้อความ และการจัดซ้อนภาพ ส่วนการตกแต่งภาพถ่าย การปรับสีในภาพและการวาดภาพจะกล่าวถึงในส่วนต่อไป เพราะเนื้อหาส่วนแรกจะปูพื้นฐานการสร้างงานกราฟิกให้เข้าใจกัน อย่างถูกต้องเสียก่อน



        การออกแบบงานกราฟิกที่ดีจะช่วยชิ้นงานให้ดูดีมีมูลค่า ตรงกลุ่มเป้าหมายและช่วยดึงดูดความสนใจของคนทั่วไป ดังนี้
ขั้นที่ 1 วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย
            1.  วัตถุประสงค์
            2.  วิเคราะห์สินค้า
            3.  วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย
            4.  ประเมินผลการวิเคราะห์
            5.  รูปแบบสื่อที่จัดทำ
ขั้นที่ 2 ออกแบบงานกราฟิก
    เป็นการเขียนโครงร่างของชิ้นงานอย่างคร่าว ๆ ก่อนลงมือออกแบบภาพกราฟิก เพื่อให้การสร้างชิ้นงาน เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ป้องกันการสับสนในการสร้างสรรค์งาน
ขั้นที่ 3 หาภาพที่จะใช้
            1.  ภาพกราฟิกต่าง ๆ ภาพตัวอย่างไฟล์งาน  ภาพที่แคปเจอร์จากจอการสร้างไฟล์งาน
            2.  องค์ประกอบอื่น ๆ ลายเส้น คลิปอาร์ตต่าง ๆ ที่สามารถค้นหาได้จากเว็บไซต์ หรือสร้างขึ้นมาใหม่
ขั้นที่ 4 ลงมือปฏิบัติ
    ในขั้นตอนนี้เราจะแสดงเครื่องมือ หรือคำสั่งต่าง ๆ ในโปรแกรมที่ใช้ในการตกแต่งแผ่นโฆษณา ให้สวยงามและน่าสนใจ


            เมื่อเราได้วางแนวทางของชิ้นงานแล้ว ว่าจะนำเสนอเรื่องอะไร ใช้สี ภาพ และข้อความแบบไหน เรียบร้อยแล้ว ต่อไปเราก็มาทราบถึงแนวทางการสร้างชิ้นงานกัน ซึ่งอาจจะพอสรุปได้โดยรวมดังต่อไปนี้
            1.  กำหนดพื้นหลังของภาพ เป็นการกำหนดภาพหรือสีพื้นโดยภาพหรือสีพื้นที่ใช้นั้นควรจะมีโทนสีที่ให้อารมณ์และสื่อความหมายได้ถูกตามจุดประสงค์ของงาน
            2.  เลือกพื้นที่ภาพที่ต้องการการใช้งาน เป็นการตัดหรือคัดลอกบางส่วนของภาพต่าง ๆที่จะนำมาใช้ในชิ้นงานของเรา
            3.  จัดวางภาพให้เหมาะสม เมื่อเรานำภาพส่วนประกอบมารวมกันในชิ้นงาน อาจมีบางภาพที่มีขนาดและมุมการจัดการไม่ลงตัว เราก็สามารถขยาย หมุน หรือบิดภาพให้เข้ากัน
            4.  การใส่ข้อความ เป็นการใส่ข้อความที่เป็นชื่อเรื่อง หรือคำบรรยายต่าง ๆ เข้าไปตกแต่งเพิ่มเติม
            5.  นำภาพส่วนประกอบมาจัดซ้อนกัน นำภาพส่วนประกอบที่เลือกไว้มาทำการซ้อนกัน โดยบางส่วนอาจจะอยู่ด้านบนหรือล่างตามจุดประสงค์ที่วางไว้
            6.  ตกแต่งทุกส่วนประกอบให้เข้ากันอย่างกลมกลืน สุดท้ายเราจะพิจารณาภาพรวมชิ้นงานที่ได้และปรับแต่งรายละเอียดของภาพประกอบแต่ละส่วนให้มันดูกลมกลืนกันเพื่อให้ได้ผลงาน
ที่สวยงาม


            งานกราฟิกที่เราสร้างนั้น ล้วนแต่มีจุดประสงค์ที่จะสื่อให้ผู้ชมเข้าใจถึงความหมาย และมีความรู้สึกร่วมกับงานชิ้นนั้น ๆ ดังนั้นการใช้สีที่สื่อถึงกลุ่มคนและความรู้สึกเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญ
   สีและวงล้อของสี ในวงล้อของสีแบ่งสีได้เป็น 3 หมวดหมู่ ดังนี้






  
             1.  สีขั้นที่ 1 (Primary Color) เป็นแม่สีนั้นเอง ได้แก่ สีเหลือง สีแดง และสีน้ำเงิน
             2.  สีขั้นที่ 2 (Secondary Color) เป็นสีที่ได้จากแต่ละสีในขั้นที่ 1 มาผสมกัน ได้แก่ สีส้ม สีเขียว และสีม่วง
            3.  สีขั้นที่ 3 (Tertiary Color) เป็นสีที่ได้จากสีขั้นที่ 1 ผสมกับสีขั้นที่ 2 ได้แก่ แดง-ส้ม, แดง-ม่วง, เหลือง-เขียว, เหลือง-ส้ม, น้ำเงิน-เขียว และน้ำเงิน-ม่วง
    สีโทนร้อนและโทนเย็น
        จากวงล้อของสีนำไปใช้งานให้เหมะสม โดยแยกเป็นโทนสีได้ดังนี้
             1.  สีโทนเย็น เป็นสีที่สื่อถึงความเยือกเย็น ขรึม สุภาพ มั่นคง เชี่ยวชาญ และดูเศร้า ได้แก่ สีเขียว สีเขียว-น้ำเงิน น้ำเงิน น้ำเงินม่วง และสีม่วง
           2.  สีโทนร้อน เป็นสีที่ดูอบอุ่น สนุก ร้อนแรง ได้แก่ สีแดง สีส้ม-แดง สีส้ม สีส้ม-เหลือง และสีเหลือง
        จากข้างต้นสรุปได้ว่า  การสร้างงานกราฟิกจะต้องมีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน มีการออกแบบงานให้เหมาะสม มีเนื้อหา และรูปภาพประกอบชัดเจนใช้สีในการตกแต่งที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย


        การเลือกใช้เครื่องมือให้เหมาะสมกับงานกราฟิกแต่ละประเภทถือเป็นเรื่องสำคัญเพราะในโปรแกรม Photoshop เป็นโปรแกรมที่มีเครื่องมือที่หลากหลายเราจึงควรเลือกใช้เครื่องมือเหล่านั้นให้เหมาะสมกับงานแต่ละงาน


        เมื่อเรากำหนด ขนาดชิ้นงานเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะทำการลงสีพื้นหลังของชิ้นงาน เราจะมาเริ่มต้นรู้จักกับการเลือกใช้สีก่อน โดยใน  Photoshop จะมีกล่องเครื่องมือและพาเนลในการทำงานกับสี ดังนี้



   การเลือกสีของโฟร์กราวด์ (Foreground) และสีแบ็คกราวนด์ (Background)
        เป็นสีพื้นที่แสดงสีและกำหนดการใช้สี  โดยสีของโฟร์กราวนด์จะเป็นสีที่ใช้ในการลงสี ส่วนสีของแบ็คกราวนด์จะเป็นสีพื้นหลังภาพ(และการลบพื้นที่ภาพก็ใช้สีของแบ็คกราวนด์แทนที่ด้วยเช่นกัน)
         -  Default color คลิกเมาส์ที่           เพื่อเปลี่ยนสีกลับมาเป็นสีมาตรฐาน คือสีดำและสีขาว
        - Switch color คลิกเมาส์ที่ เพื่อสลับสี            ของโฟร์กราวด์มาเป็นสีของแบ็คกราวนด์ และสีของแบ็คกราวนด์มาเป็นสีของโฟร์กราวนด์แทน (หรือกดแป้น <x> ที่คีย์บอร์ด)

    การเลือกสีจาก Color Picker
        Color Picker เปรียบได้กับจานสีขนาดใหญ่ที่มีสีนับล้าน ๆ สีให้เราเลือก โดยเลือกตามสเปคตรัมสีที่ปรากฏหรือตามการกำหนดค่าเป็นตัวเลข ซึ่งเป็นวิธีการที่นิยมใช้กันมาก ในการเลือกใช้สี รายละเอียดการใช้ Color Picker มีดังนี้








        1.  คลิกที่สีโฟร์กราวนด์หรือแบ็คกราวนด์ที่เราต้องการ จะปรากฏหน้าต่าง Color Picker
        2.  คลิกเลือกสไลด์เพื่อเลือกโหมดโทนสี ซึ่งจะมีแม่สีหลัก ๆ ไล่เฉดสีให้เราเลือกกัน
        3.  คลิกเลือกสีจากระดับความเข้มที่มีการไล่เฉดสี หรือพิมพ์ค่าสีลงไปในช่อง RGB หรือช่อง CYMK ตามที่เราต้องการ (แล้วแต่โหมดสีที่เราเลือกใช้)
        4.  คลิกปุ่ม                        จะเห็นว่าสีของโฟร์กราวนด์หรือแบ็คกราวนด์ จะเปลี่ยนไป
การเลือกสีจากพาเนล
        ใช้ในการกำหนดค่าสีโดยใช้เลื่อนสไลด์เพื่อระบุสี สามารเลือกพาเนล Color ขึ้นมา โดยใช้คำสั่ง Windows>Color เมื่อคำสั่งถูกเรียกใช้งานจะมีเครื่องหมายถูกหน้าคำสั่งนั้น ๆ







การเลือกสีจากพาเนล Switches
    คลิกเมาส์ที่สีในพาเนล Switches จะเป็นการเลือกสีโฟร์กราวนด์และถ้าต้องการเลือกสีแบ็คกราวนด์ ทำได้โดยการกดแป้น <Ctrl> ค้างไว้ แล้วคลิกเมาส์เลือกสีในพาเนล Swatches ตามที่ต้องการ ก็จะเปลี่ยนเป็นการเลือกในส่วนของแบ็คกราวนด์แทน

   



    พาเนล Swatches ต่างจากพาเนล Color ตรงที่ พาเนล Swatches จะเหมือนจานสีส่วนตัวของเรา โดยใช้เก็บสีที่เราผสมไว้ อาจจะเลือกไว้แล้วถูกใจ หรือต้องการนำมาใช้บ่อย ๆ เราสามารถเรียกใช้พาเนล  Swatches โดยใช้คำสั่ง Window>Swatches ให้มีเครื่องหมายถูกเกิดขึ้นหน้าคำสั่ง










การเลือกสีโดยใช้ Eyedropper Tool
    เป็นการเลือกใช้สีโดยการดูดสีจากภาพที่เรามีอยู่แล้ว โดยคลิกเมาส์ที่สีในภาพเป็นการเลือกสีโฟร์กราวนด์ หรือกด <Alt> พร้อมคลิกเมาส์เลือกสีในภาพเป็นการเลือกสีแบ็คกราวนด์









    Eyedropper Option เราสามารถกำหนดให้ Eyedropper Tool สุ่มหาค่าสีที่ละเอียดขึ้นได้ 7 วิธี คือ









การเลือกสีโดยใช้งาน HUD Color Picker
        การเลือกใช้สีโดย HUD หรือ Heads-Up-Display เป็นการเลือกใช้สีบนรูปภาพที่เปิดทำงานอยู่ได้ทันที โดยเลือก Bush Tool แล้วกด <Alt>+<Shift>+คลิกเมาส์ขวา จะแสดงตัวเลือกสี               HUD ขึ้นมาเหนือภาพให้เลือกใช้งาน








การเทสีด้วยถังสี (Paint Bucket Tool)
        Paint Bucket Tool                เป็นเครื่องมือ ที่ช่วยให้เราเติมสีในภาพในบริเวณติดกันและมีค่าสีใกล้เคียงกันกับบริเวณที่เราคลิก ทำให้เราได้สีที่มีระดับความเข้มเท่ากันทั้งภาพ ดังตัวอย่าง เราจะทำการเปลี่ยนสีพื้นของตัวการ์ตูน ด้วยการเทสีใหม่ลงไป โดยใช้ Paint Bucket Tool ดังนี้













การเทพื้นหลังด้วยลวดลาย Pattern
        การปรับค่าสีที่จะเติมในภาพนั้นสามารถปรับรูปแบบของการเติมสีได้ ซึ่งมี 2 รูปแบบ คือForground ใช้สีเดียวกับสีโฟร์กราวนด์  Pattern  เติมภาพด้วยข้อความ
        ใส่ลวดลายลงไปตกแต่งภาพได้เหมือนกับการเทสี โดยการใช้ Paint Bucket Tool  และกำหนดออปชัน Pattern เพื่อเติมภาพด้วยลวดลาย ดังตัวอย่างเราจะใส่ลวดลายพื้นหลัง ล้อมรอบภาพ












การสร้างลวดลายเพิ่มเติมด้วย Script Pattern
    Script Pattern เป็นความสามารถ ในการจัดวางลวดลายพื้นหลัง (Pattern) ที่มีอยู่ให้แตกต่างไปจากเดิม ซึ่งมีรูปแบบให้เลือก หลายแบบด้วยกัน














การเทสีแบบไล่เฉดสี (Gradient Tool)
    การเทสีพื้นหลังภาพด้วยโทนสีเดียว จะทำให้ผลงานดูแข็ง ๆ เรียบ ๆ แต่ถ้าลองไล่เฉดสีจากสีหนึ่งไปยังสีหนึ่ง จะช่วยให้ภาพดูเด่นยิ่งขึ้น ดังตัวอย่าง เราจะทำการไล่สีพื้นหลังให้กับ ภาพผู้หญิง ดังนี้









           1.  คลิกเมาส์ที่ไอคอน Gradient Tool
           2.  คลิกเมาส์เลือกสีโฟร์กราวและสีแบ็คกราวนด์ ที่ต้องการ เพื่อกำหนดการไล่สีจากสีของโฟร์กราวนด์ไปยังสีแบ็คกราวนด์ที่กำหนดไว้
           3.  คลิกเมาส์เลือกแนวการไล่เฉดสีที่ออปชันบาร์ ในการเลือก            เป็นการไล่เฉดสีในแนวนอน (Linear Gradient)
           4.  คลิกเมาส์                      เลือกรูปแบบเฉดสี ในที่นี้เลือกรูปแบบการไล่เฉดสีจากสีชมพูไปสีขาวแบบแนวเฉียง
           5.  ลากเมาส์จากจุดเริ่มต้นไปยังจุดปราย ตามตำแหน่งที่ต้องการ แล้วปล่อยเมาส์
                o    จุดที่เริ่มกดเมาส์ ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้น
                o    จุดที่ปล่อยเมาส์ ถือเป็นจุดปลาย








                6.  จะได้การไล่สีของโฟร์กราวนด์ ไปยังสีแบ็คกราวนด์ คือสีชมพูไปสีขาว
                7.  เปิดภาพที่มีพื้นที่โปร่งแสงหรือภาพที่ต้องการขึ้นมา (ในตัวอย่างนี้เป็นภาพผู้หญิง)
                8.  ใช้            ดึงภาพผู้หญิงมาซ้อนบนภาพพื้นหลังที่ได้ไล่เฉดสีแล้ว








    สังเกตว่าภาพผู้หญิงที่นำมาซ้อนบนพื้นหลังที่มีการไล่เฉดสีจะดูน่าสนใจ โดดเด่นมากขึ้น และไม่เรียบจนเกินไป
การระบายสีด้วยพู่กันและดินสอ (Brush and Pencil Tool)
    พู่กัน (Bush Tool)               และดินสอ (Pencil Tool)               เป็นเครื่องมือระบายสี และวาดใส่ลวดลายต่าง ๆ ลงในภาพ การใช้พู่กัน และดินสอนั้นจะมีขนาดของหัวแปรง และรูปแบบ การใช้งานให้เลือกใช้ได้ ดังนี้













        1.  ใช้เครื่องมือ                (Bush Tool) สำหรับระบายสีด้วยพู่กัน หรือ            (Pencil Tool) สำหรับวาดลวดลายต่าง ๆ ลงในภาพ
        2.  คลิกเมาส์เลือกสีโฟร์กราวน์ที่ต้องการในที่นี้เลือกเป็นชมพู
        3.  คลิกปุ่มลูกศร          บนออปชันบาร์  เพื่อเลือกขนาดและรูปแบบหัวพู่กัน ดังนี้
            o    Size     ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางหัวแปรง
            o    Hardness    ความคมชัดของหัวแปรง
        4.  คลิกเมาส์ระบายหัวพู่กันลงบนกระดาษตามต้องการ ในตัวอย่างได้วาดหัวพู่กันเป็นรูปใบไม้ ตามแบบที่เราเลือกไว้


การลบส่วนประกอบในภาพที่ไม่ต้องการ (Eraser Tool)
                การลบส่วนประกอบในภาพสามารถทำได้หลายรูปแบบตามวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้งาน ดังนี้
                    Eraser Tool  ลบพื้นที่ของภาพในส่วนที่ไม่ต้องการออกโดยแทนที่ด้วยสีแบ็คกราวนด์
                    Background Eraser Tool  ลบพื้นที่ภาพที่ลากเมาส์ให้มีลักษณะที่โปร่งใส
                    Magic Eraser Tool  ลบพื้นที่ภาพที่ใกล้เคียงกับจุดที่คลิกเมาส์ให้โปร่งใส
ลบภาพโดยแทนที่ด้วยสีแบ็คกราวนด์
    ใช้ในกรณีที่เราต้องการทำให้สีแบ็คกราวนด์ไปแทนที่พื้นหลัง ในจุดที่ลากเมาส์ ดังตัวอย่างเราจะลบพื้นหลัง โดยใช้แบ็คกราวนด์สีขาวไปแทน








        1.  คลิกเมาส์ที่ไอคอน Eraser Tool                จะปรากฏตัวชี้เมาส์เป็น O
        2.  เลือกสีเป็นแบ็คกราวนด์ให้เป็นสีเดียวกับพื้นหลัง ในตัวอย่างเป็นสีขาว
        3.  เลือกขนาดหัวยางลบ โดยปรับขนาด (Size) และการลงน้ำหนักของการลบ (Hardness)
        4.  ลากเมาส์ลบบริเวณภาพที่ไม่ต้องการ
    เป็นการลบบางส่วนของภาพ ให้เป็นพื้นที่โปร่งใส เพื่อจะนำภาพไปซ้อนกับภาพอื่นให้ดูเป็นชิ้นงาน
                Background Eraser Tool  ลบพื้นที่ภาพที่ลากเมาส์ผ่านให้มีลักษณะที่โปร่งใส เหมาะกับพื้นที่ที่มีหลายสี หรือลวดลาย ถ้าเป็นสีเดียวควรใช้ Magic Eraser Tool 








                        Magic Eraser Tool  ลบพื้นที่ภาพที่สีใกล้เคียงกันให้มีลักษณะที่โปร่งใส เหมาะกับพื้นที่ที่เป็นสีเดียวกัน คลิกลบเพียงครั้งเดียวสีที่เหมือนกันจะถูกลบออกไปทั้งหมด










    งานกราฟิกโดยส่วนใหญ่ จะมีข้อความโฆษณาอธิบายถึงคุณสมบัติของสินค้า และคำจูงใจต่าง ๆ ในหัวข้อนี้ เราจะใส่ข้อความในแบบเบื้องต้นเพื่อประกอบชิ้นงานตัวอย่าง ดังนี้










การเพิ่ม / ลดพื้นที่ของภาพด้วย Image Size
        กรณีภาพที่เราจะนำมาใช้มีขนาดไม่ตรงกับความต้องการ เช่น ภาพที่นำมาติดบัตรมีขนาดไฟล์ใหญ่มาก เราก็ควรต้องลดขนาดไฟล์ลงเพื่อประหยัดพื้นที่ และช่วยให้เกิดความรวดเร็วมากขึ้น
        แต่ต้องระวังในกรณีการขยายภาพให้ใหญ่ขึ้น เพราะจะทำให้ภาพที่ถูกปรับเปลี่ยนนั้นไม่มีความคมชัดเหมือนกับต้นฉบับ







        1.    เลือกคำสั่ง Image>Image Size.. จะปรากฏหน้าต่าง Image Size ขึ้น
        2.    กำหนดขนาดภาพใหม่ ในค่า Image Size ตามต้องการ ดังนี้
             -   Pixel Dimensions กำหนดขนาดความกว้างและความสูงของภาพเป็นจำนวนพิกเซล
             -   Document Size กำหนดขนาดของภาพที่จะพิมพ์ออกทาง
        3.    คลิกเมาส์ที่ปุ่ม                  เพื่อสั่งให้โปรแกรมเปลี่ยนขนาดภาพใหม่ตามที่กำหนด






การเพิ่ม / ลดพื้นที่ของภาพ ด้วย Canvas Size
    ในระหว่างที่เราตกแต่งภาพอาจจะมีความต้องการให้พื้นที่การทำงานเพิ่มขึ้นอีก เพื่อจะมีพื้นที่พอใส่รายละเอียดต่าง ๆ ลงไปในงานกราฟิกของเราได้ สามารถทำได้ดังนี้
        1.    คลิกเลือก Image>Canvas Size จะปรากฏหน้าต่าง Canvas Size ขึ้นมา
        2.    เปลี่ยนขนาดพื้นที่ภาพตามความกว้าง (Width) และความสูง(Height) ที่ต้องการ ในตัวอย่างพิมพ์ความกว้าง 20 เซนติเมตร ไปทางขวา
        3.    กำหนดทิศทางของพื้นที่ว่าจะเพิ่มขึ้นมาด้านใด เช่น บน ล่าง ซ้าย ขวา จากตัวอย่าง สังเกตว่าภาพจะขยายออกไปทางขวา ของพื้นที่ภาพ
        4.    คลิกเมาส์ที่ปุ่ม                 เพื่อเพิ่มพื้นที่ภาพ
        5.    สังเกตเห็นว่าขนาดพื้นที่ภาพเพิ่มขึ้น และมีสีตามสีแบ็คกราวนด์







        ทดลองวางภาพอื่น ๆ เพิ่มเข้ามาในพื้นที่ที่ได้เพิ่มเอาไว้  โดยเปิดภาพใหม่ขึ้นมา จากนั้นลากภาพมาปล่อยบนพื้นที่ที่เตรียมไว้









การย้อนกลับการทำงานในขั้นตอนล่าสุด
        ทันทีที่เราทำงานผิดพลาด เราสามารถย้อนกลับไปยังการทำงานล่าสุดก่อนการผิดพลาดได้ โดยยกเลิกขึ้นตอนที่พึ่งทำผ่านมาด้วยคำสั่ง Edit>Undo หรือ กดปุ่ม <Ctrl+Z>





        จากข้างต้นสรุปได้ว่า การสร้างงานกราฟิกด้วยเครื่องมือพื้นฐานนั้น จะต้องมีหลักและวิธีในการเลือกใช้สีให้เหมาะสมกับงาน รู้จักขั้นตอนการเลือกใช้สีในรูปแบบต่าง ๆ รวมทั้งมีการปรับขนาด ลบและตกแต่งภาพโดยใส่ข้อความเพื่อให้งานที่ได้นั้นสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น