โปรแกรม Photoshop สามารถสร้างและตกแต่งภาพ   โดยนำภาพต่างๆ มาปรับแต่งสี ปรับโทนความสว่าง ปรับแต่งสีที่ผิดเพี้ยนไปให้ตรงความเป็นจริง การแต่งเติมสีในบางส่วน ของภาพให้น่าดูน่าสนใจมากขึ้น และการตกแต่งสีด้วยเทคนิคพิเศษเพื่อให้ได้ภาพที่สรรค์สร้างแปลกใหม่ได้

            การปรับแต่งภาพแบบอัตโนมัติ เป็นการปรับแต่งภาพที่ทำได้ง่ายและรวดเร็ว ซึ่งมีหลากหลายวิธี เช่น การปรับระดับภาพแบบอัตโนมัติ   การปรับความมือสว่างให้กับภาพ  การปรับแต่งสีภาพ ดังรายละเอียดต่อไปนี้

            การปรับระดับภาพแบบอัตโนมัติมี 3 รูปแบบด้วยกัน คือ Auto Tone (การปรับระดับสี)Auto Contrast (การปรับระดับความคมชัด) และ Auto Color (การปรับระกับค่าสี)
1. การปรับระดับสีของภาพแบบอัตโนมัติด้วย Auto Tone
        Auto Tone เป็นการปรับโทนสีของภาพแบบอัตโนมัติ ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 ส่วนด้วยกัน คือ
            ส่วนที่ 1  ปรับค่าเฉลี่ยของสีในแต่ละโหมด
            ส่วนที่ 2 ปรับระดับความสว่างและความมืด(ความสว่าง = สีขาว ความมืด = สีดำ) ของสีแต่ละ Channel ทำให้โทนสีภาพที่ได้อยู่ในระดับกลางๆ โดยใช้คำสั่ง Image>Auto Tone

2. การปรับระดับความคมชัดของภาพแบบอัตโนมัติด้วย
        Auto ContrastAuto Contrast เป็นการปรับระดับความต่างของสีในภาพให้ปรากฏชัดยิ่งขึ้น ทำให้บริเวณที่มีความสว่างอยู่แล้ว (Highlight) จะสว่างยิ่งขึ้น ส่วนบริเวณที่เป็นเงา (Shadow) มืดมากขึ้นโดยใช้คำสั่ง Image>Auto Contrast

3. การปรับค่าสีภาพแบบอัตโนมัติด้วย Auto Color
            Auto Color เป็นการปรับค่าทั้งโทนสีและส่วนมืด-สว่างภายในภาพไปด้วยกัน ทั้งในส่วน Shadows (ส่วนที่มืดสุด) Midtone (มีทั้งมืดและสว่าง) และHighlight (ส่วนที่สว่างสุด)

        การปรับความมืด-สว่างของภาพมี 4 รูปแบบด้วยกัน  คือ Brightness/Contrast (การปรับความสว่าง/ความคมชัดของภาพ) และ exposure (การปรับเพิ่มลดแสงของภาพ)

1.  ปรับแต่งความคมชัดและความสว่างของภาพด้วย Brightness/Contrast
        Brightness/Contrast เป็นการปรับค่าสีในพิกเซลภาพให้เกิดความสว่างและความคมชัด ซึ่งโปรแกรมจะปรับในรูปของ Nonlinear คือ ปรับความสว่างและความคมชัดให้กับแต่ละพิกเซลของภาพในระดับที่ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับความสว่างของแต่ละพิกเซล โดยใช้คำสั่ง Image>Adjustments>Brightness/Contrast

ซึ่งจะมีค่าปรับอยู่ 2 ค่า ดังนี้
                Brightness    ปรับค่าความมืด-สว่างให้กับเม็ดสี (มีค่าตั้งแต่ -150 ถึง 150)
                Contrast     ปรับความคมชัดให้กับภาพ   (มีค่าตั้งแต่ -50 ถึง 100)

2. การปรับเพิ่มลดแสงของภาพด้วย Exposure
    Exposure เป็นการปรับระดับความสว่างที่อยู่ในภาพ สำหรับคนที่ถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอลจะคุ้นเคยกับ Exposure ซึ่งเป็นค่าระยะเวลาในการเปิดรูรับแสง จะมีผลต่อการเพิ่มและลดความสว่างของภาพ โดยใช้คำสั่ง Image>Adjustments> Exposure ซึ่งจะมีค่าปรับอยู่ 3 ค่า ดังนี้
            Exposure         เพิ่มลดแสงให้กับภาพ
            Offset            เพิ่มระยะชดเชยแสง
            Gamma Correction    เพิ่มลดค่า Gamma

            เทคนิคการปรับแต่งสีภาพมี 6 รูปแบบด้วยกัน คือ Vibrance (การปรับสีภาพให้สดใส) Hue/Saturation (การปรับความเข้มและความจางของสีภาพ) Color Balance(การปรับแต่งความสมดุลของภาพ) Black & White (การปรับแต่งให้เป็นขาว-ดำ) Photo Filter (การปรับแต่งโดยใช้ฟิลเตอร์) และChannel Mixer (การปรับแต่งภาพโดยการผสมสี)
        1. ปรับสีภาพให้สดใส ด้วย Vibrance
            Vibrance เป็นเครื่องมือในการปรับแต่งระดับความเข้มสี ให้มีความอิ่มตัวมากขึ้น ทำให้ภาพที่ได้มีสีสันสดใสมีชีวิตชีวา การใช้งานให้เลือกคำสั่ง Image>Adjustments>Vibrance  แล้วปรับแต่งรายละเอียดของหน้าต่าง ดังนี้

2. การปรับความเข้มและความจางของสีภาพด้วย Hue/Saturation
            Hue/Saturation คือการปรับภาพใช้ใช้คำสั่ง Hue/Saturation จะอาศัยพื้นฐานของการมองภาพในโหมดของ HSB
                Hue         ปรับค่าสีใหม่ให้กับภาพ
                Saturation    ปรับค่าความอิ่มตัวของสี โดยค่าที่เพิ่มมากขึ้นจะทำให้ภาพดูอิ่ม และเข้มขึ้น ส่วนค่าติดลบจะทำให้ภาพมืดลงจนเป็นสีเทา
                Lightness    ปรับค่าความมืดและความสว่างของภาพ ค่าที่เพิ่มมากขึ้นจะทำให้ภาพสว่างจนเป็นสีขาว และค่าที่ติดลบจะทำให้ภาพมืดลงจนเป็นสีดำ
3. เลือกปรับภาพเฉพาะพื้นที่ด้วย Hue/Saturation
        ในหน้าต่าง Hue/Saturation เราสามารถเลือกพื้นที่ของสีภาพที่ต้องการปรับแต่งด้วยตัวเลือก Hue / Saturation และ Lightness โดยการคลิกเลือกบนพื้นที่สีที่ต้องการ ดังตัวอย่างต่อไปนี้

        1. คลิก          เพื่อทำการปรับแก้ไขค่าสีของภาพ(โดยลากไปมาเพื่อปรับค่าสี Saturation หรือกด Ctrl ค้างไว้ พร้อมกับเลือกพื้นที่เพื่อปรับค่า Hue)
        2.  ใช้            เพื่อเลือกส่วนที่จะทำการแก้ไข
        3.  กด Ctrl ค้างไว้ แล้วเลื่อนเมาส์          เพื่อปรับค่าสีเฉพาะส่วนที่ต้องการ
        4. ใช้                 เพื่อเพิ่ม หรือลดพื้นที่สี

Color Balance (การปรับแต่งความสมดุลของภาพ)

4. ปรับแต่งให้เป็นภาพขาว-ดำ ด้วย Black & White
        Black & White เป็นการเปลี่ยนภาพสีให้เป็น Grayscale ซึ่งจะมีวิธีเหมือนกับ Channel Mix คือ จะเปลี่ยนค่าสีในแต่ละ Channel ให้กลายเป็นสีเดียว คือสีขาว หรือ สีดำ นอกจากนั้นเรายังสามารถย้อมสีต่างๆ ให้กับภาพขาว-ดำได้อีกด้วย ซึ่งเหมาะแก่การสร้างแบบภาพ Sepia โดยเลือกใช้คำสั่ง Image>Adjustments>Black&White

5. ปรับแต่งภาพโดยใช้ฟิลเตอร์ด้วย Photo Filter
        สำหรับนักถ่ายภาพมักใช้ฟิลเตอร์กับกล้องเพื่อให้ภาพถ่ายมีความแปลกใหม่หรือเป็นไปคามความต้องการ เช่น ใส่ฟิลเตอร์เพื่อให้ภาพออกมานุ่มนวล ใส่ฟิลเตอร์ลดแสง UV ซึ่งโปรแกรมได้นำคุณลักษณะ Photo Filter เข้ามาประยุกต์ใช้ ในการแต่งภาพ โดยใช้คำสั่ง Image>Adjustments>Photo Filter

6. ปรับสีภาพโดยการผสมสีด้วย Channel Mix
        Channel Mix เป็นการผสมสีของแต่ละภาพในแต่ละโหมดซึ่งจัดเป็นวิธีหนึ่งในการเปลี่ยนสีภาพได้ คือการปรับเปลี่ยนค่าในแต่ละ Channel เช่น การเปลี่ยนสีภาพจากโทนธรรมดา ให้มีสีสว่างสดใส โดยเพิ่มสีแดงเข้าไป โดยใช้คำสั่ง Image>Adjustments>Channel Mixer ดังนี้

            จากข้างต้นสรุปได้ว่า วิธีการปรับภาพแบบอัตโนมัติ มีหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น การปรับระดับภาพแบบอัตโนมัติ   การปรับความมือสว่างให้กับภาพ  การปรับแต่งสีภาพ ซึ่งสามารถทำได้ตามความต้องการของลักษณะงานที่ต่างกันออกไป ซึ่งเป็นวิธีการปรับแต่งภาพที่ สะดวก ง่าย และรวดเร็ว ตอบสนองความต้องการได้ในทันที แต่ต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับงานนั้น ๆ จึงจะตอบสนองความต้องการได้
            การปรับแต่งภาพด้วยเทคนิคพิเศษ เป็นวิธีการปรับแต่งภาพในรูปแบบที่หลากหลาย ตอบสนองความต้องการของงานได้หลากหลายรูปแบบ ทำให้งานมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น  เช่น การปรับภาพด้วยเทคนิคพิเศษ  การปรับแต่งภาพด้วยแสงเงา การปรับแต่งภาพด้วยการแทนที่สีและปรับสีให้เข้ากัน การปรับภาพด้วยการปรับระดับค่าสี และปรับแต่งภาพได้หลายรูปแบบในคำสั่งเดียว
            การปรับแต่งภาพด้วยเทคนิคพิเศษมี 5 รูปแบบด้วยกัน คือ Invert (การปรับภาพให้เป็น
สีตรงกันข้าม) Posterize (การปรับระดับโทนสี) Threshould (การปรับภาพให้เหลือสีขาวและดำ) Gradient Map (การปรับภาพโดยการไล่โทนสี) และ selective Color (การปรับบางสีของภาพ)

1.  การปรับภาพให้เป็นสีตรงกันข้ามด้วย Invert
        Invert การปรับสีของภาพแบบ Invert เป็นการปรับภาพให้เป็นสีตรงกันข้าม เช่น สีดำเป็นสีขาว สีขาวเป็นสีดำ ถ้าดูในแต่ละ Channel สีที่ค่าสีตั้งแต่ 0-255 เช่น ค่าสีที่ 255 จะเปลี่ยนเป็นค่า 0 หรือค่าสีที่ 5 จะเปลี่ยนเป็นค่าสีที่ 250 เป็นต้น
        คำสั่งนี้จะใช้ปรับภาพจากฟิล์ม Negative ที่สแกนเข้ามาให้เป็นภาพธรรมดา  (ฟิล์ม Negative คือฟิล์มที่มีการถ่ายจากสีดำเป็นสีขาวและสีขาวเป็นสีดำ เช่นฟิล์มรูปถ่ายทั่วๆ ไป โดยใช้คำสั่ง Image>Adjustments>Invert (หรือกดแป้น <Ctrl+I>) ดังนี้
ตัวอย่างนี้ เราจะเปลี่ยนภาพให้เป็นภาพถ่ายที่เหมือนดูจากฟิล์ม Negative

2.  ปรับลดโทนสีในภาพด้วย Posterize
            Posterize เป็นการกำหนดระดับโทนสี (Level) ให้กับแต่ละ Channel ของภาพ จากตัวอย่างภาพสีในโหมด RGB เราจะกำหนด level ในภาพให้มี 2 ระดับ คือ สีแดง เขียว และน้ำเงิน จะมีสีละ 2 ระดับโดยพื้นที่ในภาพจะมีระดับสีใกล้เคียงกันจนถูกปรับให้เป็นสีเดียวกัน  เป็นการลดโทนสีในภาพ โดยใช้คำสั่ง Image>Adjustments>Posterize ดังนี้ สังเกตว่าถ้ากำหนด Level (ระดับ) น้อยๆ จะทำให้เห็นการไล่โทนสีอย่างเด่นชัด หากกำหนด Level (ระดับ) มากๆ ก็จะไม่เห็นผลการไล่โทนสีมากนัก

3.  ปรับภาพให้เป็นสีขาวและสีดำด้วย Threshold
        Threshold เป็นการเปลี่ยนค่าสีในภาพเป็นขาวหรือดำ โดยจะพิจารณาจากค่า Threshold  ถ้าเรากำหนดให้ค่า Threshold เป็น 200 จะทำให้สีที่มีค่าระหว่าง 1-199 จะถูกเปลี่ยนเป็นสีขาว และค่าสีที่มีอยู่ระหว่าง 201-255 จะเปลี่ยนเป็นสีดำ โดยเลือกใช้คำสั่ง Image>Adjustments>Threshold แล้วกำหนดค่าต่างๆ ดังนี้

4. การไล่โทนสีด้วย Gradient Map
            Gradient Map เป็นการไล่โทนสีของภาพโดยอ้างอิงสีในโหมด Gray scale จากสีดำไปยังสีขาว โดยตัวอย่างนี้จะเป็นการเลือกรูปแบบการไล่สีแบบสำเร็จรูป Black , White ใน gradient Editor มาใช้งาน โดยคำสั่ง Image>Adjustments>Gradient Map

5. การปรับบางสีของภาพด้วย Selective Color
        Selective Color  เป็นเทคนิคที่ใช้ได้ทั้งภาพในโหมด CMYK และ RGB โดยสามารถเลือก

            แม่สีในภาพที่ต้องการเพิ่มหรือลด ความเข็มได้ ทำให้เราปรับภาพได้ใกล้เคียงกับแนวที่ต้องการ เทคนิคนี้มีประโยชน์มาก สำหรับงานพิมพ์ที่ต้องเน้นให้ภาพดูสมจริง โดยเลือกคำสั่ง Image>Adjustments>Selective Color
        จากการสังเกตภายในห้องนั้นผ้าม่านจะมีสีหม่นซึ่งถ้าเราต้องการปรับสีของผ้าม่านให้มีสีแดงเข้มขึ้น เราก็สามารถเลือกเอาสีฟ้าที่ผสมอยู่ในสีแดงออกไป เพื่อให้คงสีแดงเข้มไว้

    การเลือกค่า Method กำหนดการเพิ่ม-ลดสี
  * Realtive ปรับสีจากการเพิ่ม-ลด ค่าสีอื่นๆ (Cyan, Magenta, Yellow, Black)
  * Absilute ปรับสีจากการเพิ่ม-ลดค่าสีอื่นๆ โดยเพิ่ม-ลด ตามจำนวนเปอร์เซ็นต์ที่กำหนด

            การปรับภาพด้วยแสงเงามี 2 รูปแบบด้วยกันคือ shadow/Highlight (การปรับแสงเงาของภาพ) และ Variations (การปรับภาพโดยดูตัวอย่างผลลัพธ์)
1.  การปรับแสงเงาของภาพ ด้วย shadow/Highlight
        ในบางครั้งภาพที่เราถ่ายออกมานั้นมีลักษณะย้อนแสง หรือการจัดวางวัตถุหรือแบบผิดมุม ทำให้ภาพนั้นออกมามืดในบางตำแหน่งและสว่างจ้าในบางตำแหน่ง เราสามารถปรับแก้ไขได้ โดยคำสั่ง Image>Adjustments>shadow/Highlight แล้วปรับค่าต่างๆ ดังนี้
        ดังตัวอย่าง สังเกตภาพต้นฉบับว่าได้เกิดเงามืดบริเวณพื้นใต้เก้าอี้ และด้านหลัง และส่วนบริเวณด้านบนจะสว่าง ทำให้มองรายละเอียดไม่ชัดเจนเราสามารถปรับกำหนดการปรับสีเพิ่มเติมได้ โดย                                   คลิกที่ช่อง  จะปรากฏตัวเลือกเพิ่มซึ่งมีความหมายดังต่อไปนี้

2. ปรับภาพโดยดูตัวอย่างผลลัพธ์ด้วย Variations
           Variations  เป็นการปรับสีของภาพโดดยใช้สายตาเราเปรียบเทียบ โดยสามารถเพิ่ม-ลดสีและความสว่าง พร้อมกับเห็นผลได้ในทันที แต่จะเหมาะกับภาพที่ไม่ต้องการความเที่ยงตรง เจาะจงเท่าไรนัก โดยเลือกคำสั่ง Image>Adjustments>Variations แล้วปรับค่าดังนี้

รูปแบบการปรับแต่งสี
1.    Shadows  ปรับส่วนที่เป็นเงามืด
2.    Midtones ปรับส่วนที่มีความสว่างพอดี
3.    Highlights ปรับส่วนไฮไลต์
4.    Saturation ปรับความเข้มจางและเปอร์เซ็นต์สี
5.    Fine/Coarse ระดับการปรับภาพแบบละเอียด (Fine) หรือแบบหยาบ (Ooares)
6.    Show Clipping เมื่อคลิกเมาส์ที่ส่วนนี้ จะแสดงสีสะท้อนบริเวณที่ไม่มีการปรับแต่งของภาพ เช่นบริเวณที่เป็นสีขาวล้วนหรือสีดำล้วน  ซึ่งเป็นส่วนที่ถูกตัดออก
             -  เพิ่มสี คลิกภาพที่มีโทนที่ต้องการ (ดูความแตกต่างที่ Original และ Current Pick)
             -   ลดสี คลิกที่ภาพของสีที่ตรงข้ามกัน (เติมสีตรงกันข้าม) เช่นถ้าต้องการลดสี Cyan ให้เติมสี Red
             -   ปรับความมืด/สว่างภาพ เพิ่มความสว่าง โดยคลิกที่ Lighter และ เพิ่มความมืด โดยคลิกที่ Darker

การปรับแต่งภาพด้วยการแทนที่สีและปรับสีให้เข้ากันมี 4 รูปแบบ คือ Desaturate (การปรับภาพให้เป็นขาวดำ) Match Color (การปรับสีภาพด้วยการจับคู่สี) Replace Color  (การปรับสีภาพด้วยการแทนสี) และ Equalize (การปรับระดับสีให้ใกล้เคียงกัน)
1. การปรับภาพให้เป็นขาว-ดำ Desaturate
        Desaturate เป็นการถอดค่าสีออกจากภาพเหลือเพียงขาวดำ และยังสามารถทำงานร่วมกับ สีอื่นๆ ได้ตามปกติ โดยการเลือกใช้คำสั่ง Image>Adjustments>Desaturate

2. ปรับสีภาพด้วยการจับคู่สี Match Color
        ในชิ้นงานที่ประกอบด้วยภาพหลายคน เราสามารถใช้เทคนิค Match Color ปรับโทนสีของภาพให้เข้ากันได้ ด้วยวิธีการดึงโทนสีจากภาพหนึ่งมาเป็นต้นแบบให้กับอีกภาพหนึ่ง  และเลือกใช้คำสั่ง Image>Adjustments>Match Color จากนั้นปรับค่าสีและความสว่าง ดังนี้

3.  ปรับสีภาพด้วยการแทนสี Replace Color
        สามารถเลือกแทนสีลงในจุดใดจุดหนึ่งของภาพด้วยคำสั่ง Replace Color โดยเลือกสี ในภาพที่ต้องการให้ถูกแทนที่เสียก่อน หลังจากนั้นให้เลือกสีที่จะแทนลงในภาพ โดยการเลือกใช้คำสั่ง Image>Adjustments>Replace Color แล้วตั้งค่าต่างๆ ดังนี้
    1.    คลิกเมาส์ เพื่อแสดงพื้นที่ที่จะเปลี่ยนสีโดยสีที่จะเลือกจะเป็นสีขาวและสีไม่ถูกเลือกจะเป็นสีดำ
    2.    ใช้          คลิกเมาส์เลือกสีที่ต้องการจะเปลี่ยนสี
    3.    ปรับขอบเขตพื้นที่ที่จะเปลี่ยน
    4.    เลื่อนสไลด์ กำหนดสีที่ต้องการนำมาแทนที่
    5.    คลิกเมาส์เพื่อใช้คำสั่ง

4. ปรับสีภาพด้วยการแทนสี แบบ Equalize
            การปรับแบบ Equalize จะกระจายความสว่างของภาพให้มีค่าเท่าๆ กัน โดยแทนที่ค่าความสว่างที่มากที่สุดในภาพด้วยสีขาว และค่าที่มืดที่สุดในภาพด้วยสีดำ และค่าสีอื่นๆ จะแทนด้วยค่าสีเทารองๆลงมา วิธีนี้เหมาะสำหรับภาพที่เกิดจากการถ่ายภาพหรือ สแกนภาพเข้ามาแล้ว มีสีมืดกว่าความจริง โดยใช้คำสั่ง Image>Adjustments>Equalize

            เป็นการปรับแต่งภาพที่ผิดเพี้ยนให้สวยสมจริง และแก้ไขสีให้ภาพดูแปลกใหม่มากยิ่งขึ้น โดยในหัวข้อนี้จะเป็นการปรับแต่งและแก้ไขสีโดยลงรายละเอียดมากกว่าหัวข้อที่ผ่านมา ซึ่งมี 3 รูปแบบ ด้วยกัน คือ Level (การปรับระดับสีของภาพ) Curve (การปรับระดับแสงเงาภาพ) และ Histogram (การวิเคราะห์สีในเชิงสถิติ)
1. ปรับระดับสีของภาพโดยใช้คำสั่ง Level
        Level เป็นการปรับระดับสีของภาพให้ เข้มขึ้นหรือจางลงได้ โดยอาศัยการเพิ่มโทนสีดำ(Shadow) และโทนสีขาว (Highlight) หรือปรับระดับสีภาพให้อยู่ระดับกลาง (Midtone) เพื่อเน้นเรื่องความสว่างมืดของภาพ  โดยเลือกคำสั่ง Image>Adjustment>Levels

2. ปรับระดับแสงเงาภาพด้วย Curve
            การปรับระดับแสงเงาภาพด้วย Curve นั้นจะต่างจากการใช้คำสั่ง Level เพราะกราฟ Level จะแสดงการเปรียบเทียบระหว่างค่าสีเดิมและค่าสีใหม่เท่านั้น ส่วน curve นั้นสามารถตั้งค่าความสว่างเฉพาะจุดได้ ทำให้ภาพที่ออกมามีแสงและมิติมากขึ้น โดยเลือกคำสั่ง Image>Adjustments>Curve แล้วปรับแต่งรายละเอียดของหน้าต่างดังนี้

3. ปรับแต่งภาพโดยใช้เส้นรูปแบบสำเร็จรูป
            เลือกรูปแบบที่ช่อง Preset ซึ่งเป็นรูปแบบของการปรับสีแบบสำเร็จรูปที่ต้องใช้งาน บ่อยครั้ง โดยจะกำหนดมาให้อยู่แล้วด้วยโปรแกรม หรือเรากำหนดเองแล้วบันทึกไว้ ซึ่งทำให้ง่ายละสะดวกในการปรับแต่งมากยิ่งขึ้น

4. วิเคราะห์สีภาพในเชิงสถิติแบบ Histogram
            Histogram เป็นเครื่องมือที่ช่วยเราในการตัดสินว่า ควรเลือกปรับโทนสี  แสง และเงาอย่างไร โดยจะแสดงค่าจำนวนพิกเซลของสีที่จะกระจายอยู่ในภาพ เพื่อบ่งบอกความหนาแน่น ของสีที่จะส่งผลกระทบต่อภาพ เราสามารถเรียกใช้งานพาเนล Histogram ได้โดยใช้คำสั่ง Window>Histogram

Shadow      จะอยู่ในช่วงซ้ายของกราฟ โดยแสดงความมืดและโทนสีของภาพ ถ้ากราฟ ส่วนใหญ่หนาทึบบริเวณนั้น แสดงว่าภาพนั้นมืดหรือมีเงามาก
Midtone      จะอยู่ช่วงกลางของกราฟ โดยแสดงความสว่างและโทนสีในระดับปานกลาง
Highlight    จะอยู่ช่วงขวาของกราฟ ถ้ากราฟส่วนใหญ่หนาทึบบริเวณนั้นแสดงว่าภาพสว่างมาก

1.  HDR Toning 
            HDR Toning  เป็นชุดคำสั่งที่ครอบคลุม การทำงาน ใช้ในการปรับสี แสงและเงาให้มีความสว่างที่ชัดเจนทั่วทั้งภาพเทียบเคียงการสร้างภาพแบบ HDR (High Density Range) หรือเลือกปรับค่าสีในแบบที่ต้องการ ซึ่งมีลักษณะโดดเด่นในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป เริ่มต้นการใช้งานได้โดยเลือกคำสั่ง Image>Adjustments>HDR Toning แล้วปรับแต่งรายละเอียดภาพที่ต้องการ ดังนี้

2. ปรับแต่งภาพด้วยชุดเอฟเฟกต์ Color Lookup Color Lookup
              เป็นชุดคำสั่งที่มีชุดสีอยู่ 32 รูปแบบ ให้เราเลือกใช้งานได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเราสามารถเพิ่มเติมชุดสีเหล่านี้ได้สำหรับเลือกใช้งานได้ โดยจะแบ่งเป็น 3 ชุดคำสั่งด้วยกัน คือ 3DLUT File, Abstract และDevice Link โดยเลือกคำสั่ง Image>Adjustments>Color Lookup แล้วปรับแต่งรายละเอียดที่ต้องการ ดังนี้

            จากข้างต้นสรุปได้ว่า  การปรับแต่งภาพด้วยเทคนิคพิเศษ  ทำให้งานมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น เราสามารถใช้เทคนิควิธีที่แตกต่างกันไปตามลักษณะของงานซึ่งจะมีวิธีให้ตกแต่งภาพด้วยเทคนิคพิเศษ   เช่น  การปรับภาพด้วยเทคนิคพิเศษ  การปรับแต่งภาพด้วยแสงเงาการปรับแต่งภาพด้วยการแทนที่สีและปรับสีให้เข้ากัน การปรับภาพด้วยการปรับระดับค่าสี  และปรับแต่งภาพได้หลายรูปแบบในคำสั่งเดียว ซึ่งแต่ละวิธีที่กล่าวมาเป็นวิธีที่ใช้งานง่าย สะดวกและรวดเร็ว